ประชาสัมพันธ์ ▶ ขอแสดงความยินดี กับสมาชิก จปร.32 ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนยศและเลื่อนตำแหน่ง ตามวาระ เดือน เมษายน 2565

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565

พิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี ๒๕๖๕

กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี ๒๕๖๕
วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๖.๓๐ นาฬิกา กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี ๒๕๖๕ ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ขึ้นอย่างเรียบง่าย สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) โดยมี พลเอก นเรนทร์ สิริภูบาล รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธี
การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ โดยมีการจัดพิธีที่สำคัญ คือ พิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นพระราชโอรส ในสมเด็จพระมหาธรรมราชากับพระวิสุทธิกษัตรีย์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ.๒๐๙๘ ณ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก เมื่อพระชนมายุได้ ๙ พรรษา ต้องเสด็จไปประทับ ณ กรุงหงสาวดี และได้เสด็จกลับสู่กรุงศรีอยุธยาเมื่อพระชนมายุได้ ๑๕ พรรษา 

จากการกระทำศึกหลายครั้งทรงแสดงให้ประจักษ์ในความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ และเปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะ จนเป็นที่เกรงขามของข้าศึกศัตรู เมื่อพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ และมีการศึกที่สำคัญคือทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราช แห่งกรุงหงสาวดี กรุงศรีอยุธยาจึงมีความมั่นคงปราศจากการรุกรานจากไพรี 

ในปี พ.ศ.๒๑๔๘ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยกทัพไปตีเมืองอังวะ ระหว่างการเดินทัพทรงพระประชวรและเสด็จสวรรคต ณ เมืองหาง ขณะพระชนมายุได้ ๕๐ พรรษา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 

เหล่าข้าราชการกองบัญชาการกองทัพไทยทุกนาย ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ โดยจะขอสละประโยชน์สุขส่วนตัว เพื่อดำรงไว้ซึ่งประโยชน์สุขส่วนรวม ตระหนัก สำนึกในเกียรติภูมิของชาติ มุ่งมั่นสร้างสรรค์คุณประโยชน์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในการปกป้องราชอาณาจักรไทยอันเป็นมาตุภูมิให้มั่นคงยืนยงตลอดไป
กองประชาสัมพันธ์ สำนักประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร ๒๕ เมษายน ๒๕๖๕

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565

พิธีขอรับพรจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดและสรงน้ำพระพุทธรูป เนื่องในประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2565

วันที่ 11 เมษายน 2565 กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีขอรับพรจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดและสรงน้ำพระพุทธรูป เนื่องในประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2565 โดยมี พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง ภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 
ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่มีความสำคัญ มีคุณค่า สะท้อนความงดงามตามแบบประเพณีไทย กองบัญชาการกองทัพไทยจึงจัดพิธีขอรับพรจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดและสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลดังกล่าว 
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีความห่วงใยกำลังพลทุกนาย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565 ทั้งด้านการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยขอให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทาง มีวินัยในการใช้รถใช้ถนน เคารพกฎจราจร และการปฏิบัติตนภายใต้ข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดในห้วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ของไทยยังคงดำรงคุณค่าของประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม สืบไป

 

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565

2 เมษายน – วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ พร้อมทั้งประทานคำแปลว่า นางแก้ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ และมีพระนามที่ข้าราชบริพารเรียกทั่วไปว่า ทูลกระหม่อมน้อย
พระองค์ทรงเริ่มเข้ารับการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อ พ.ศ. 2501 จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายใน พ.ศ. 2515 ทรงสอบไล่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในแผนกศิลปะด้วยคะแนนสูงสุดของประเทศ จากนั้น พระองค์ทรงสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกที่ทรงเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศ จนกระทั่ง พ.ศ. 2520 พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษา ได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง ด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.98
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบำเพ็ญพระองค์ให้เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในภูมิภาคต่างๆ อยู่เสมอ และทรงช่วยเหลือกิจการโครงการตามพระราชดำริทุกโครงการ พร้อมทรงรับพระบรมราโชบายมาทรงดำเนินการสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านต่างๆ
นอกจากพระราชกรณียกิจหลากสาขา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์เป็นที่ประจักษ์ พระองค์ทรงประพันธ์และแปลหนังสือมากมาย รวมทั้งหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน โดยทรงใช้พระนามแฝงหลายชื่อ อาทิ แว่นแก้ว ที่ทรงใช้เมื่อ พ.ศ. 2521 ในหนังสือพระราชนิพนธ์สำหรับเด็ก ได้แก่ แก้วจอมซน แก้วจอมแก่น และขบวนการนกกางเขน
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันหนังสือเด็กแห่งชาติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ โดยใน พ.ศ. 2548 นับเป็นปีมหามงคลที่ทรงมีพระชนมายุ 50 พรรษา กระทรวงศึกษาธิการจึงเห็นสมควรน้อมเกล้าฯ ถวายพระเกียรติ เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมการอ่าน และทรงประพันธ์บทพระราชนิพนธ์สำหรับเด็กและเยาวชนมาแต่ครั้งทรงพระเยาว์
วันที่ 24 ธันวาคม 2523 “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ทรงตัดสินพระทัยเข้ารับราชการในกองทัพบก ทูลกระหม่อมอาจารย์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งเป็นสถาบันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยะมหาราช ทรงจัดตั้งขึ้น ด้วยพระบรมราชปณิธานที่จะให้การศึกษาอบรมและดำเนินการฝึกนักเรียนนายร้อย เพื่อออกไปรับราชการเป็นนายทหารของกองทัพบก ดังเห็นได้จากพระราชนิพนธ์เรื่อง “10 ปี ในรั้วแดงกำแพงเหลือง”
ความตอนหนึ่งว่า …ทูลกระหม่อมอาจารย์ สอนวิชาประวัติศาสตร์ “…. พลตรียุทธศักดิ์ คล่องตรวจโรค ซึ่งเป็นราชองครักษ์และเป็นคนคุ้นเคยกับข้าพเจ้า เข้าดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มาชวนให้ข้าพเจ้าเข้าทำงานที่โรงเรียน จปร. เป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นงานที่ข้าพเจ้าคงพอจะทำได้ใน
ใจรักที่จะเป็นครู… ขณะนั้นข้าพเจ้าเพิ่งสำเร็จการศึกษา มีความกระตือรือร้นที่จะทำอะไรที่สร้างสรรค์ ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นข้าพเจ้ายังมีใจรักที่เป็นครู จึงตกลงใจรับราชการที่นี่ ได้ดำเนินการเรื่องเอกสารการสมัครเข้าทำงานครบตามระเบียบปฎิบัติที่ได้รับคำแนะนำ….”
การสถาปนาพระอิสริยยศ สยามบรมราชกุมารี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศและพระอิสริยศักดิ์ให้สูงขึ้นให้ทรงรับพระราชบัญชาและสัปตปฎลเศวตฉัตร (เศวตฉัตร 7 ชั้น) พร้อมทั้งเฉลิมพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
 
ขอบคุณข้อมูลจาก www.thestandard.co / wikipedia.org / google.com / nbt 2hd/ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด/https://campus.campus-star.com/variety/56502.html

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565

พิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารสัญญาบัตร ที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพล

พิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารสัญญาบัตร ที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพล สังกัด กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 
วันที่ 1 เมษายน 2565 พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารสัญญาบัตร ที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพล สังกัด กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (วาระเมษายน 2565) และรายงานตัวเข้ารับราชการของนายทหารสัญญาบัตร ชั้นยศนายพลที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปรับย้ายมารับราชการในกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวนทั้งสิ้น 38 นาย ณ ห้องนเรศวร กองบัญชาการกองทัพไทย

พิธีแสดงความยินดีกับนายทหารชั้นนายพล สังกัดกองทัพบก วาระ เมษายน 2565

กองทัพบกจัดพิธีแสดงความยินดีกับนายทหารชั้นนายพล สังกัดกองทัพบก ที่ได้รับพระราชทานเลื่อนยศสูงขึ้น และพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของกำลังพลกองทัพบก
วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก อภินันท์ คำเพราะ รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีแก่นายทหารชั้นนายพล สังกัดกองทัพบก ที่ได้รับพระราชทานเลื่อนยศสูงขึ้น ประจำปี 2565 (วาระเมษายน 2565) จำนวน 68 นาย ณ ห้อง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก 

หลังจากนั้น เวลา 1330 น. รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของกำลังพลกองทัพบก ที่ได้รับพระราชทาน ประจำปี 2565 ชั้นสายสะพาย จำนวน 163 นาย ณ ห้อง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 
 👍👍แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก 1 เมษายน 2565